ผู้ประกอบการโรงแรม ส่งจดหมายถึง นายกฯ จัดระเบียบ AirBnb
กลุ่ม MINOR ส่งหนังสือถึงนายกฯ จัดระเบียบการเปิดที่พัก AirBnb พร้อมปรับใช้ข้อบังคับและมาตรการเสริมเพื่อเร่งการฟื้นตัวของภาคธุรกิจท่องเที่ยว
วิลเลี่ยม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ส่งจดหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยในตอนหนึ่งมีการกล่าวถึง ธุรกิจของ AirBnb ซึ่งเป็นการที่เจ้าของบ้านหรือที่พักอาศัยเปิดให้เช่าที่พักของตน
โดยระบุว่า เพื่อสร้างการแข่งขันทางธุรกิจที่เป็นธรรมสำหรับผู้ประกอบการโรงแรมไทยในการแข่งขันกับบริษัทต่างชาติที่มีเงินทุนสูงกว่าอย่าง AirBnb และแพลตฟอร์มสำหรับจองโรงแรมออนไลน์ (Online Travel Agents หรือ OTA)
เสนอให้ กำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน กับผู้ประกอบการ AirBnb ห้องพักที่เปิดให้เช่าควรมีจำกัดเพียง 2-3 ห้องเท่านั้น มิใช่มีจำนวนให้เช่ามากถึง 20-30 ห้อง หากผู้ให้เช่ามีห้องพักให้เช่าเป็นจำนวนมาก ควรต้องปฏิบัติตามข้อกำหนด กฎเกณฑ์ และมาตรการด้านสุขอนามัย ความปลอดภัย สิ่งอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนเข้าพัก มาตรฐานการให้บริการ การเก็บภาษีและการจดภาษีมูลค่าเพิ่มในการประกอบธุรกิจโรงแรม
หากไม่มีการปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและชื่อเสียงอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ ดังนั้น การกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการเช่าห้องพักรายย่อยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
เจ้าของที่พักในการปล่อยเช่าใน AirBnb ของประเทศไทยควรมีสัญชาติไทยเท่านั้น เนื่องจากต้องปฏิบัติตามกฎหมายไทยและมีการเสียภาษีที่ถูกต้อง ข้อเสนอในเรื่องดังกล่าวนี้เป็นการป้องกันการฟอกเงินและการหลีกเลี่ยงภาษี รวมถึงเพิ่มความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย
ส่วน แพลตฟอร์มสำหรับจองโรงแรมออนไลน์ (OTA)
- สัญญาผูกมัดที่สร้างข้อจำกัดให้ผู้ประกอบการโรงแรมด้านการตั้งราคาห้องพัก (rate-parity) ควรถือเป็นข้อจำกัดที่ผิดกฎหมาย เช่นเดียวกับที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมนี เบลเยี่ยม และออสเตรียได้บังคับใช้ เนื่องจากก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและส่งผลให้ผู้ประกอบการและผู้บริโภคต้องเสียประโยชน์
- บังคับการจัดเก็บภาษีธุรกิจออนไลน์จากผู้ประกอบการแพลตฟอร์มต่างชาติ ซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการนำภาษีดังกล่าวมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มความได้เปรียบทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย
- คงไว้ซึ่งกฎเกณฑ์เดิมในเรื่องการขึ้นทะเบียนและการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมสำหรับกิจการที่พักอาศัยที่มีจำนวนห้องพักขายมากกว่า 4 ห้อง เนื่องจากสถานประกอบการเหล่านั้น จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏข้อบังคับ เพื่อเพิ่มมาตรฐานโดยรวมของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย
ส่วนของเสนออื่นๆ ได้แก่
- กำหนดข้อบังคับชั่วคราวขอให้ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าพักจากนักท่องเที่ยวต่างชาติในอัตราคงที่ที่ 300 บาทต่อห้องต่อคืน เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
- อนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถแบ่งชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็น 3 งวดได้โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าปรับในกรณีมีการชำระล่าช้า
- ขยายระยะเวลาการใช้ผลขาดทุนสะสมทางภาษี (Tax losses carried forward) ของผู้ประกอบการโรงแรมจาก 5 ปีเป็น 10 ปี
- คงไว้ซึ่งกฎเกณฑ์เดิมในเรื่องการขึ้นทะเบียนและการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมสำหรับกิจการที่พักอาศัยที่มีจำนวนห้องพักขายมากกว่าสี่ห้อง เนื่องจากสถานประกอบการเหล่านั้น จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฏข้อบังคับ เพื่อเพิ่มมาตรฐานโดยรวมของธุรกิจโรงแรมในประเทศไทย
- เน้นให้มีการสื่อสารในระดับนานาชาติและจัดทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ประกาศการสิ้นสุดของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย และการยกเลิกข้อบังคับทุกข้อในการเดินทางเข้าประเทศไทย ตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นมา
- อำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดยลดความแออัดและล่าช้าในการผ่านจุดตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบิน และอนุญาตให้ชาวต่างชาติพำนักอยู่ในประเทศได้ในระยะสั้นโดยไม่ต้องมีวีซ่า เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศอื่นๆ
- ยกเว้นหรือเพิ่มสิทธิประโยชน์เรื่องวีซ่าสำหรับพนักงานหรือผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ทำงานทางไกล (Remote professionals)
- อนุญาตให้ผู้ประกอบการโรงแรมสามารถจ้างแรงงานต่างด้าวจากประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมาและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆได้ และมีการออกใบอนุญาตทำงานให้แรงงานเหล่านี้ในสายงานอื่นๆ นอกเหนือจากงานก่อสร้างและงานแม่บ้าน
- ปรับลดค่าแรงขั้นต่ำของแรงงานจากประเทศที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีอย่างประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียจาก 35,000 บาทเป็น 25,000 บาทต่อเดือน เพื่อแก้วิกฤตการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทย
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB